Author Archives: ไอซ์

วัดเจดีย์หลวง

By   กรกฎาคม 14, 2019

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ ลำดับ ที่ 7 แห่งราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ. 1928-พ.ศ. 1945 วัดเจดีย์หลวงเป็นพระอารามหลวงแบบโบราณ มีการบูรณะมาหลายสมัย โดยเฉพาะพระเจดีย์ ที่ปัจจุบันมี ขนาด ความกว้างด้านละ 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่ วัดเจดีย์หลวงสร้าง อยู่กลางใจ เมืองเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิมถือว่าเป็นศูนย์กลางทางการปกครองของอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันบริเวณ วัดเจดีย์หลวงกลางเมืองเชียงใหม่ มีสิ่งสักกาละหลากหลายได้แก่ เจดีย์หลวง อินทขีล ต้นยาง กุมภัณฑ์ พระฤๅษี ซึ่งสะท้อนพัฒนาการคติจักรวาลได้ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่แวดล้อมของเมืองชีวิตสิ่งที่น่าสนใจในวัดเจดีย์หลวง1.วิหารหลวงวิหารหลวงของวัดนี้เจ้าคุณอุบาลีคุณปรมาจารย์ (สิริจันทะเถระ) และเจ้าแก้วนวรัฐเป็นผู้สร้างขึ้นใน พ.ศ. ๒๔๗๑ หน้าประตูทางเข้าวิหาร มีบันไดนาคเลื้อยงดงามยิ่ง ใช้หางเกี่ยวกระหวัดขึ้นไปเป็นซุ้มประตูวิหาร นาคคู่นี้เป็นฝีมือ เก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่เดิมได้ชื่อว่าเป็นนาคที่สวยที่สุดของ มี พระอัฎฐารสเป็นพระประธานในพระวิหารหลวง หล่อด้วย ทองสำริด ปางห้ามญาติสูง 18 ศอก พระนางติโลกะจุดา ราชมารดาของพญาติโลกราช โปรดฯให้หล่อขึ้น เมื่อ พ.ศ. 1954 สมัยรัชกาลที่ 5 ใช้วิหารวัดเจดีย์หลวงเป็นที่ทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัจจา แทนการใช้ที่วิหารวัดเชียงมั่น2.พระเจดีย์หลวง เริ่มสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ. 1934 สมัยพญาแสนเมืองมา สมัยพญาติโลกราช โปรดให้สร้างเสริมให้มีส่วนสูง 80 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้าง ด้านละ 56 เมตรปรับรูปทรงเป็น แบบโลหะปราสาทของลังการูปลักษณ์ทรงเจดีย์แบบพุกาม ดัดแปลงซุ้ม ตรงสี่มุมของมหาเจดีย์ มีรูปปั้นช้างค้ำรายล้อมรอบองค์เจดีย์หลวงนั้นมี 28 เชือก การสร้างรูปปั้น ช้างนั้น เป็นการส่งเสริมกำลังเมืองในทางด้านไสยศาสตร์เพื่อให้เมืองมีความแข็งแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีพิธีการ สักการบูชาพญาช้างทั้ง 8 เชือก เพราะเชื่อว่า จะทำให้เกิดสวัสดิมงคล นำความสงบสุขมาสู่บ้านเมือง ศัตรูไม่กล้า มารุกรานย่ำยีเมืองได้ เพราะชื่อพญาช้างที่ตั้งขึ้นนั้น เป็นพลังอำนาจก่อเกิดเดชานุภาพ อิทธิฤทธิ์ ข่มขู่บดบัง ขวางกั้น กำจัด ปราบปรามอริราชศัตรูที่จะมารุกราน ให้แพ้ภัยแตกพ่ายหนีไปเอง ซึ่งแต่ละชื่อมีความหมายดังนี้3.เสาอินทขิลเสาอินทขิลเดิมตั้งอยู่ในบรเวณพิ้นที่ซึ่งตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่เรียกว่า “สายดือเมือง” เมื่อพระเจ้ากาวิละย้าย ออกจากเวียงป่าซางซึ่งอยู่นาน 14 ปี 4 เดือน 20 วันเข้าสู่นครเชียงใหม่ เมื่อเดือน 6 ขึ้น 12ค่ำ ย้ายเข้าวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2339 เพื่อ “ส้างบ้านแปลงเมือง” นำเชียงใหม่สู่ ยุคเก็บผักใส่ช้าเก็บข้าใส่เมือง ฟื้นอำนาจ เชียงใหม่จนประสบชัยใน พ.ศ.2343 จึงเรียกชื่อเมืองเชียงใหม่ว่า “เมืองรัตตนติงสาภินวปุปรี” พร้อมก่อรูป กุมภัณฑ์รูป สุเทวฤษไว้ใกล้หออินทขีล ที่วัดโชติอารามวิหาร  ในเดือนมิถุนายน 2533 ถึงเดือน ธันวาคม 2535 กรมศิลปากรได้ว่าจ้างบริษัท ศิวกรการช่าง จำกัด บูรณปฎิสังขรณ์พระธาตุเจดีย์หลวง ด้วยงบประมาณ 35 ล้าน บาท รักษารูปทรงที่เหลืออยู่จากครั้งแผ่นดินไหว ให้มั่นคงยิ่งขึ้นโดยทำฐานกว้างด้านละ 60 เมตรและเสริม เติมส่วนที่มี ร่องรอยเช่น ช้างทั้ง 8 เชือก รอบพระเจดีย์แต่ได้รับการวิจารณ์หนัก และปัจจุบันมีความพยายามให้ ปฏิสังขรณ์พระเจดีย์ให้เต็มองค์โดยนิมนต์สมเด็จพระสังฆราช เป็นองค์ประธาน ราวกับจะให้ร่องรอยพังทลาย ที่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์หมดสิ้นไป

ปาย

By   กรกฎาคม 14, 2019

ปายสถานที่ท่องเที่ยวเป็นอีกเมืองที่โคตรจะฮิตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายคนอาจจะเคยได้ยินเมืองปายจากหนังเรื่อง ปายอินเลิฟ (ซึ่งเราไม่เคยดู) ที่สร้างชื่อเมื่องปายให้เป็นกระแสฮิตติดลมบนที่ทุกคนต้องแวะ เราก็ได้ยินชื่อเมืองปายมาว่ะแกร แต่ไม่เคยมาเที่ยวเลยจ้าาา และนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาปาย เดินทางมาจากเชียงใหม่ผ่านโค้ง 762 โค้ง ถึงเมืองเล็กๆน่าฮักที่ไม่ค่อยอยู่ในกระแสคนไทยเท่าไหร่แล้ว แต่ฮิตในหมู่ฝรั่ง ฮิตยังไงมาดูกันข่าที่มีชื่อเสียงของจังหวัดโดยสถานที่ตั้งอยู่ที่ภาคเหนือของประเทศ ปายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ชาวต่างชาตินิยมกันมาก เพราะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น วัดพระธาตุแม่เย็น วัดน้ำฮู น้ำพุร้อนท่า และสถานที่สุดฮิตก็คือ สะพานประวัติศาสตร์และทะเลหมอกหยุนไหล ที่นิยมที่สุดกับชาวต่างชาติที่มาท่องเที่ยว

ทุ่งดอกกระเจียว

By   กรกฎาคม 14, 2019

สำหรับเทศกาลทุ่งดอกกระเจียว 2562 จังหวัดชัยภูมิ จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน – 31 สิงหาคม 2562 ณอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ โดยจะออกดอกสีม่วงชมพูสวยหวานเต็มผืนป่า อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เข้าเที่ยวชมได้ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ส่วนอุทยานแห่งชาติไทรทอง เข้าเที่ยวชมได้ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. การเข้าเที่ยวชมทั้ง 2 สถานที่มีค่าธรรมเนียม คนไทยผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม จะต้องนั่งรถรางเข้าไปยังทุ่งดอกกระเจียว (ค่ารถรางผู้ใหญ่คนละ 30 บาท เด็ก 20 บาท) ส่วนอุทยานแห่งชาติไทรทอง ต้องนั่งรถกระบะของชาวบ้านเข้าไปยังบริเวณทุ่งดอกกระเจียว ไป-กลับคนละ 60 บาท  ด้วยความที่ทั้ง 2 แห่งมีสภาพโดยทั่วไปเป็นป่าไม้ร้อนชื้นที่สมบูรณ์ บนเส้นทางชมดอกกระเจียวบางจุดอาจจะเป็นป่ารก มีต้นหญ้าขึ้นสูง จึงควรแต่งกายให้เหมาะสมกับการเดินป่า เตรียมรองเท้าที่ใส่สบายเข้าไปในพื้นที่ พร้อมด้วยเครื่องป้องกันแดดและฝน

อุทยานราชภักดิ์ หัวหิน

By   กรกฎาคม 14, 2019
     อุทยานราชภักดิ์ ก่อสร้างโดยกองทัพบก โดยมี “สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร” ทรงเป็นประธานที่ปรึกษาโครงการ ตั้งอยู่ในชัยภูมิที่ดีตามหลักฮวงจุ้ย ทิศตะวันตกติดภูเขาและด้านหน้าเป็นทะเล ขณะเดียวกันผังการตกแต่งจัดวางยังทำตามตำราพิชัยสงคราม เกี่ยวกับการตั้งค่ายสร้างเมืองและวางกระบวนทัพในอดีต ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องดวงชะตาและความมั่นคงของประเทศ ถ้ามองจากมุมสูงจะเห็นเป็นรูปร่างของดาวแปดเหลี่ยม ชื่ออุทยานราชภักดิ์ ได้รับพระราชทานมาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัเมื่อได้ยืนมองใกล้ๆ จะสัมผัสได้ถึงความยิ่งใหญ่ของรูปหล่อสำริดขนาด 13.9 เมตร มีความทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ออกแบบโดยช่างจากกรมศิลปากร พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช (สมัยกรุงสุโขทัย), สมเด็จพระนเรศวรมหาราช (สมัยกรุงศรีอยุธยา), สมเด็จพระนารายณ์มหาราช (สมัยกรุงศรีอยุธยา), สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (สมัยกรุงธนบุรี), พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์), พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือ สายพระเนตรของบูรพกษัตริย์ทั้ง 7 พระองค์ จะมาบรรจบกันเป็นจุดเดียวบริเวณด้านหน้าด้วย ทุกพระองค์ยืนและถือศาสตราวุธ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งน่าเกรงขาม และคอยปกปักรักษาบ้านเมืองสืบไป

หมู่บ้านมอญ ท่าเสา

By   กรกฎาคม 14, 2019

จังหวัดกาญจนบุรี  เมืองแห่งประวัติศาสตร์ของภาคกลาง ที่มีผู้คนนิยมเดินทางไปท่องเที่ยว ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ ทั้งแหล่งอารยะธรรมเก่าแก่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยวที่มีเรื่องราวให้ค้นหา อาทิ สะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไม่ว่าจะเป็น ป่าเขาลำเนาไพร ถ้ำหรือน้ำตก และอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสัมผัสและค้นหาที่วันนี้ดูเอเซียอยากขอพาทุกท่านไปสัมผัสคือ หมู่บ้านมอญ บริเวณตำบลท่าเสาครับสำหรับการเดินทางไปเยือนหมู่บ้านมอญ ที่ท่าเสา เราจะต้องเดินทางเพื่อไปขึ้นเรือที่ท่าเรือ รีโซเทล ซึ่งเรือที่เรานั่งจะเป็นเรือหางยาว ในแต่ละลำจะนั่งได้ประมาณ 10-12 ครับแล้วแต่ความจุของเรือ แต่ก็จะมีเรือลำใหญ่กว่านี้ก็มีนะครับ จากนั้นเราก็จะนั่งเรือประมาณ 20 นาที โดยบรรยากาศสองฝั่งลำน้ำก็จะเต็มไปด้วยต้นไม้ที่เขียวขจี มองดูร่มรื่นมากทำให้รู้สึกสดชื่นมากและเราก็จะขึ้นฝั่งที่ ริเวอร์แคว จังเกิลราฟท์ ซึ่งเป็นรีสอร์ทที่อยู่บนแพมีความสวยงามและอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ จนทำให้เราต้องหยุดพักแล้วเอากล้องที่เก็บไว้มาถ่ายรูปเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก และเมื่อเรามองไปรอบๆก็เห็นนักท่องเที่ยวที่เป็นชาวต่างชาตินั่งเล่นอยู่หน้าห้องของตัวเอง และมีบางส่วนที่เล่นน้ำอยู่อย่างสนุกสนาน จนทำให้เราอยากลงไปแช่น้ำบ้าง แต่เมื่อเราหายเมื่อจากการเดินทางแล้วเราก็มุ่งหน้าต่อไปยังหมู่บ้านมอญ ซึ่งเราต้องเดินขึ้นเขาต่อไปประมาณ 1-2 กิโลเมตร

วัดพระธาตุเขาน้อย

By   กรกฎาคม 14, 2019

วัดพระธาตุเขาน้อย ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้าน ตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อ อิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้าได้ รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริต เดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกันวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้นจากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหา อุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542ทางรถขึ้นถึงตัววัด เมื่อขึ้นไปยืนบนยอดเขา จะมองเป็นทิวทัศน์ของเมืองน่าน ได้อย่างชัดเจน ตามประวัติ พระธาตุองค์นี้ สร้างโดย มเหสีรองของพญาภูเข็ง เจ้าผู้ครองนครน่าน เมื่อราวพุทธศตวรรณที่ 20 เจ้าผู้ครองนครน่านอีกหลายองค์ต่อมา ได้บูรณปฏิสังขรณ์ องค์พระธาตุ โดยตลอด จนกระทั่งมีการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัยพระเจ้าสุริยพงษ์ผริตเดชฯ ในปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า ชื่อหม่องยิงกรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.ศ.2523 ด้วยความเป็นวัดที่อยู่บนเขาสูงจึง เป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่สวยงาม  อยู่ตรงลานปูน พระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือพระพุทธมหาอุตมมงคมนันทบุรี ศรีเมืองน่าน สร้างเมื่อปีพ.ศ.2542 ถีอเป็นจุดเดียวที่เห็นเมืองน่านจากมุมสูง เราจะเห็นขุนเขา น้อยใหญ่ ตั้งทะมึน โอบล้อมเมืองน่าน เป็นฉากหลัง จุดนี้ยังแสดงให้ เราเห็นชัด ถึงลักษณะการตั้งเมือง ของทางภาคเหนือ ที่มักเลือก ทำเลที่ตั้ง บนที่ราบลุ่ม และหุบเขาด้วย

ภูชี้ฟ้า

By   กรกฎาคม 14, 2019

ภูชี้ฟ้า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของจังหวัดเชียงราย อยู่ในพื้นที่ของวนอุทยานภูชี้ฟ้า ตำบลตับเต่า อำเภอเทิง เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า (เป็นที่มาของคำว่าภูชี้ฟ้า) อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว เบื้องล่างของหน้าผาเป็นแอ่งหุบเขา เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านเชียงตอง แขวงไชยบุรี ประเทศลาว ส่วนภูมิประเทศบนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้างการขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นบนภูชี้ฟ้า ต้องออกจากที่พักที่เชิงภูตั้งแต่ตีห้า และเดินไปยังจุดชมวิวอีกประมาณ 1.7 กิโลเมตร (ถ้าไม่ใช้ช่วงเทศกาลสามารถขับรถไปจอดได้ที่ลานจอดของวนอุทยานภูชี้ฟ้า และเดินต่ออีก 760 เมตร) ในบางวันจะเห็นทะเลหมอกปกคลุมเต็มไปหมด มีเพียงยอดเขาเท่านั้นที่โผล่ขึ้นมาจากทะเลหมอก“ภูชี้ฟ้า” เป็นดอยเดียวของภาคเหนือที่เรียกว่า “ภู” มีผู้รู้ให้เหตุผลว่าเป็นการเรียกตามคนท้องถิ่น ซึ่งภูชี้ฟ้าอยู่ติดกับลาว และคำว่าเทิง (อำเภอเทิง) ก็ยังมีความหมายตามภาษาลาว และภาษาอีสานว่า “บน หรือ สูง”

พญาคันคาก

By   กรกฎาคม 14, 2019

ลืมเมอร์ไลอ้อนสิงคโปร์ไปได้เลย! เพราะวันนี้เมืองไทยเรามีแลนด์มาร์คแห่งใหม่ พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก สุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำทวนในเป็นตึกพิพิธภัณฑ์รูปคางคก ความสูง 19 เมตร หรือเท่ากับตึก 5 ชั้น สำหรับชาวอีสาน คางคกเป็นสัตว์ที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และเป็นตำนานความเชื่อเกี่ยวกับประเพณีบุญบั้งไฟที่มีมาช้านาน จึงเป็นที่มาของแลนด์มาร์คแห่งใหม่ ที่ใครไปเที่ยวยโสธรก็ต้องแวะไปเช็คอิน ภายในพิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับคางคกกว่า 500 สายพันธุ์ทั่วโลก และมีการจัดฉายตำนานของประเพณีบุญบั้งไฟในรูปแบบภาพยนตร์ 4 มิติ ให้นักท่องเที่ยวได้มาศึกษาประเพณีและเรียนรู้วิทยาศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน แลนด์มาร์คแห่งนี้ยังได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในโครงการ  ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยอีกด้วย

ไร่สตรอเบอร์รี่

By   กรกฎาคม 14, 2019

ไร่สตรอว์เบอร์รี่วงศ์วาน ตั้งอยู่กลางหุบเขา อำเภอสะเมิงปลูกสตรอว์เบอร์รี่แบบชีวภาพปลอดสาร จึงทำให้ทางไร่ได้สตรอว์เบอร์รี่ผลใหญ่ สวย สด ปลอดภัยจากสารพิษต่างๆ น่ารับประทานมากๆ นอกจากผลสตรอว์เบอร์รี่สดแล้ว ยังมีการผลิตสินค้าแปรรูปจากสตรอว์เบอร์รี่เป็นผลิตภัณฑ์ OTOP เช่น น้ำสตรอว์เบอร์รี่ แยมสตรอว์เบอร์รี่ ไวน์สตรอว์เบอร์รี่ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกด้วยสำหรับใครที่อยากสัมผัสบรรยากาศไร่สตรอว์เบอร์รี่ท่ามกลางทะเลหมอกและสูดโอโซนบริสุทธิ์แบบ 100% ทางไร่มีที่พักแบบโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยว พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสามารถลงเก็บผลสตรอว์เบอร์รี่รับประทานแบบสดๆ ได้เอง

พระธาตุศรีสองรัก

By   กรกฎาคม 14, 2019

พระธาตุศรีสองรัก ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำหมัน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย สร้างขึ้นสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อปี พ.ศ. 2103 เสร็จในปี พ.ศ. 2106พระธาตุศรีสองรักสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นสักขีพยานในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันระหว่างกรุงศรีอยุธยา (สมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ) กับกรุงศรีสัตนาคนหุต (ปัจจุบันคือเวียงจันทน์ ประเทศลาว)กษัตริย์ทั้งสองพระองค์ทรงครองราชสมบัติ ตรงกับสมัยที่พม่าเรืองอำนาจ และมีการรุกรานดินแดนต่าง ๆ เพื่อขยายอำนาจ สมเด็จพระมหาจักรพรรดิและพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชจึงตกลงรวมกำลัง เพื่อต่อสู้กับพม่า จึงทรงกระทำสัตยาธิษฐานว่าจะไม่ล่วงล้ำดินแดนของกันและกัน และเพื่อเป็นที่ระลึกในการทำไมตรีต่อกัน จึงได้ร่วมกันสร้างพระธาตุศรีสองรักเพื่อเป็นสักขีพยาน ณ กึ่งกลางระหว่างแม่น้ำน่านและแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นรอยต่อของทั้งสองราชอาณาจักรนอกจากนี้ภายในวัดยังมีพระพุทธรูปปางนาคปรก ศิลปะทิเบต หัวนาคปรกสร้างด้วยศิลา องค์พระพุทธรูปสร้างด้วยทองสัมริด มีหน้าตักกว้าง 21 นิ้ว สูง 30 นิ้วทุกวันขึ้น 15 เดือน 6 ชาวอำเภอด่านซ้าย หรือ”ลูกผึ้งลูกเทียน” จะร่วมกันจัดงานสมโภชพระธาตุขึ้น โดยจะนำต้นผึ้ง มาถวายพระธาตุถือเป็นประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดขึ้นประจำทุกปีมาเที่ยวกันเยอะนะครับควรมามีที่สวยงามมากมายที่จะลงเฟสท่านได้